อย่าไปเก็บคำพูดของคนอื่นเอามาใส่ใจเลย แค่คำพูดคนทำอะไรเราไม่ได้หรอก

คนส่วนมากมักวิตกกังวลว่า คนอื่นจะพูดถึงตนเองไปในทางไม่ดีหรือเปล่า ไปพูดที่ไหน พูดเมื่อไร พูดกับใคร แล้วคนฟังเขาคิดอย่างไรกับตัวเอง

คำนินทา..บ่อยครั้งก็ย้อนกลับมาเข้าหูเรา ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว วิตกกังวล เป็นทุกข์เป็นร้อนกับคำนินทานั้น บางคนพยายามแก้ข่าว พยายามโต้ตอบ หรือ โมโหหัวฟัดหัวเหวี่่ยงกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาว่ามีคนนินทาตัวเอง

อันที่จริง….ถ้าเรา “หยุดคิด” สักนิดว่า “คำนินทา” ลับหลังเรานั้น เราไม่มีทางรู้ ไม่มีทางได้ยิน แล้วทำไมเราต้อง “เดือดร้อน” กับคำนินทานั้นด้วยเล่า ไม่รู้ ไม่ได้ยิน เราก็ไม่ควรจะทุกข์เพราะคำนินทา

การนินทา มี 2 ประเภท คือ

1. ผู้พูดอยากระบายอารมณ์เกี่ยวกับเราให้คนอื่นฟัง กรณีนี้ ไม่มีอันตราย พูดแล้วก็จบ “พูดแล้วเหยียบนะ ห้ามพูดต่อนะ” ถ้าคนฟังไม่พูดต่อ ก็ไม่มีเรื่องมีราวอะไรกัน ระบายอารมณ์แล้วก็จบๆ กันไป

2. ผู้พูดเจตนาทำร้ายเราลับหลัง ด้วยการปล่อยข่าวลือ หรือ จงใจใส่ร้ายป้ายสี กรณีนี้ เป็นอันตรายมากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ผลที่อาจเกิดขึ้นต่อเรา ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ฟังมีสติปัญญาในการรับฟังมากน้อยแค่ไหน ถ้าผู้ฟังหูเบา และเป็นผู้มีอำนาจ ก็อาจจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ รังแกเราได้

แต่ถ้าผู้ฟังเป็นคนหนักแน่น มีเหตุผล ไม่หูเบา การนินทาใส่ร้ายป้ายสี ก็จะไม่เกิดผลร้ายต่อเรา แต่เกิดผลร้ายต่อผู้นินทาเอง ทำให้ภาพพจน์ของผู้นินทาเสียหายเอง

แต่อย่างไรก็ตาม “ห้ามไฟไม่ให้มีควัน” ไม่ได้ ก็ “ห้ามคนนินทา” ไม่ได้เช่นกัน แล้วเราจะกังวลไปทำไมกับคนนินทา

หากเราเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นว่าเราทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราก็ไม่ควรวิตกกังวลว่าใครจะนินทาเรา ถ้าเราไม่ได้ยินกับหู ก็แล้วไป แต่ถ้าเราได้ยิน เราก็สามารถโต้ตอบได้ด้วยข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องเกิดอารมณ์โมโหโทโส เพียงชี้แจงไปอย่างสงบ ส่วนใครจะเชื่อฝ่ายไหน ย่อมขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของแต่ละคนเอง

เราเป็นคนดี ถ้าใครจะนินทาว่าเราเป็นผีปอบ เราก็คงไม่กลายเป็นผีปอบไปตามปากของใคร คนที่นินทาใส่ร้ายเรา เขาทำบาป เขาย่อมผิดศีลข้อที่ 4 มุสา หากเราใจสงบ ไม่หวั่นไหว เขาก็ไม่สามารถทำร้ายเราได้ด้วยการนินทา

ปกติแล้ว การนินทา มักทำกันลับหลัง แต่ถ้าเมื่อไร มีคนมาเล่า มาบอก ว่ามีคนนินทาเราว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เราควรฟังหูไว้หู และ ใจเย็นๆ เพราะ….

ส่วนมากแล้ว คนที่เอาคำนินทามาบอกเรา มักเป็นผู้ไม่หวังดีกับเราทั้งนั้น น้อยคนนัก ที่จะเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเรา แล้วเอาเรื่องมาบอกเรา ส่วนใหญ่ที่เอามาบอก มักเป็นลักษณะ “เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน” เสียเป็นส่วนมาก

ฉะนั้น เราจงฟังหูไว้หู อย่าวู่วามเป็นอันขาด และอย่าถือโทษโกรธเคือง ฟังแล้วก็ปล่อยผ่าน พยักหน้ารับรู้ แล้วจงเฉยเสีย เพราะไม่เกิดประโยชน์อันใดที่จะไปต่อปากต่อคำกัน

ถ้าเราไม่สะทกสะท้านกับคำนินทา อีกหน่อย เขาไม่รู้สึกสนุกที่จะนินทาเรา เขาก็จะเลิกนินทาเอง และหันไปนินทาคนอื่นแทน

Facebook Comments

แบ่งปัน