6 เหตุผลที่ควรจดทะเบียนสมรส รู้อย่างนี้แล้วรีบไปจดดีกว่า

ในกรณีที่เรารู้ทันเรื่องของชีวิตคู่ได้ การแต่งงานน่าจะเป็นเรื่องดีกว่าการอยู่เป็นโสด เนื่องจากเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความต้องการพื้นฐานของจิตใจที่อยากจะมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน จึงทำให้มนุษย์ชอบอยู่กันเป็นสังคมเป็นหมู่เป็นเผ่าอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่มีมนุษย์อีกคนที่พิเศษอย่างยิ่งจะมาอยู่ใกล้ชิดกับตัวเรายิ่งกว่าใครๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานนี้ด้วย และสามารถตอบสนองความต้องการต่อกันเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ให้ความรัก ความอบอุ่น ความเป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษาคู่คิด ให้ความห่วงใย สนใจเอาใจใส่ช่วยทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่อ้างว้าง ไม่หงอยเหงา ไม่ไร้ค่า มาดูแลและช่วยเหลือกันด้านอื่นๆ อีก ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องทำเองทุกๆ เรื่อง เพราะมีหุ้นส่วนชีวิตมาช่วยกันคิดช่วยกันทำ ร่วมทุกข์ร่วมสุข

1. แน่นอนว่าถ้าไม่มีทะเบียนสมรส ต่อให้คนคบกันมานานเท่าไหร่ก็ตาม อยู่กินกันแล้ว มีผู้ใหญ่รับรู้ มีคนใหญ่คนโตรู้ มีคนมาร่วมงานเป็นร้อยเป็นพัน คุณก็ยังไม่ใช่ภรรยาของเขา และเขาก็ไม่ใช่สามีของคุณ สิ่งที่เป็นไปได้นั่นก็คือ เป็นได้แค่แฟนหรือไม่ก็คู่นอน

2. ต่อให้สังคมรับรู้ว่าคุณคบกับคนๆนี้อยู่ หรือกินอยู่ด้วยกันอยู่ แต่คุณ “ไม่มีทะเบียนสมรส” และผู้ชายเกิดไปชอบพอกับผู้หญิงคนใหม่ คุณก็ “ทำอะไรไม่ได้ เพราะคุณเป็นได้แค่คู่นอน”

3. ถ้าเขาไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนไหน คุณก็จะกลายเป็น “เมียน้อยเป็นคนผิดกฎหมายและศีลธรรมทันที”

4. ประเด็น “ไม่ได้อยู่ที่ใครมาก่อนหลัง แต่อยู่ที่ว่าสุดท้ายใครถือทะเบียนสมรส”คนๆนั้นคือคนที่ถูกต้องตามกฎหมายครับ

5. ผู้หญิงบางคนเป็นแค่แฟน แต่จับได้ว่าผู้ชายไปคบคนอื่น ก็ไประรานเขา สุดท้ายเขาก็แต่งงานจดทะเบียนกัน การที่คุณไประรานเขา คุณจะผิดกฎหมายนะครับ

6.ไม่มีทะเบียนสมรส ต่อให้กินอยู่กับเขามานานหลายปี ถ้าเลิกกันคุณก็จะไม่ได้อะไรแม้แต่สตางค์แดงเดียว…

การมีชีวิตเป็นคู่จึงมีจุดมุ่งหมายหนึ่งคือการช่วยแบ่งเบาภาระของการดำรงชีวิต แบ่งงานกันทำ เช่น คนหนึ่งทำอาหาร คนหนึ่งช่วยซ่อมสิ่งที่เสียหายในบ้าน หรือคนหนึ่งดูแลบ้าน คนหนึ่งไปทำงานหาเงินสำหรับครอบครัวเหมือนครอบครัวส่วนใหญ่ในสมัยก่อน แต่ปัจจุบันทั้งคู่มักทำงานหาเงินนอกบ้านด้วยกันเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวหรือความมั่นคงของอนาคตของทั้งคู่ จึงจำเป็นที่เวลาเข้าบ้านแล้วทั้งคู่จะต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระต่างๆ ในบ้านด้วยไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับศึกสองด้านแต่ผู้เดียว เพราะนานวันเข้าจะนำไปสู่ความไม่พอใจจากความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยเกินไป หรือรู้สึกว่าฝ่ายหนึ่งเห็นแก่ตัว หรือจากความรู้สึกถูกเอาเปรียบ แล้วอาจนำไปสู่ความแตกร้าวของชีวิตคู่ได้ในที่สุด ซึ่งได้เกิดให้พบเห็นเป็นประจำ

Facebook Comments

แบ่งปัน