โรคหลอดเลือดในสมองป้องกันได้ แต่กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke) เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบได้ประมาณ 80% หลอดเลือดสมองอุดตันเกิดได้จากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นไหลไปตามกระแสเลือดจนไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง หรืออาจเกิดจากมีลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดสมอง และขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือดสมอง ส่วนสาเหตุของหลอดเลือดสมองตีบอาจเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดลดลง

หลอดเลือดสมองแตก(hemorrhagic stroke) พบได้ประมาณ 20% ของโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองและแตกออก หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างฉับพลันและทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้

การกินเป็นกิจวัตรที่ใกล้ตัวและปฏิบัติได้ง่ายที่สุด จึงทำให้ถูกละเลยได้ง่ายที่สุดด้วยหากไม่รู้จักเลือกกินให้เหมาะสม อาหารก็สามารถกลายเป็นสาเหตุของการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองได้ เพราะเมื่ออาหารถูกย่อยกลายเป็นสารอาหาร จะถูกส่งผ่านเลือดและ
หลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

ดังนั้นหากสารอาหารนั้นเป็นพิษ ก็จะส่งผลกระทบต่อเลือดและหลอดเลือดโดยตรง ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ ได้แก่

1. อาหารรสเค็มจัดหรือเผ็ดจัด

2. อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด

3. อาหารประเภทที่มีคอเลสเตอรอลสูงหรือมีไขมันสัตว์เป็นส่วนประกอบมาก  อาทิ เนื้อสัตว์ติดมัน  เครื่องใน  แกงที่มีส่วนประกอบของกะทิ ไข่แดง

4. อาหารทอดต่างๆที่ใช้น้ำมันมาก  รวมถึงอาหารปิ้งย่างด้วย

5. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม

คุณหมออธิบายว่า อาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของเกลือและผงชูรสสูงมาก เมื่อกินเข้าไปมากๆจะทำให้เกลือแร่ไปคั่งอยู่ในน้ำเลือด
เรียกว่า ภาวะเลือดข้น ซึ่งส่งผลให้เลือดมีน้ำหนักมากขึ้น ร่างกายจึงต้องเพิ่มความดันในการสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ กลายเป็นสาเหตุของความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเส้นเลือด เปราะและภาวะความดันโลหิตสูงได้ง่าย ทั้งยังสามารถเป็นบ่อเกิดของโรคปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้อีกด้วย

Facebook Comments

แบ่งปัน