วิธีแก้…โรคติดมือถือ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรก็ต้องติดมือไว้ตลอด

ในยุคที่โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าถึงและครอบครอง ไม่ว่าใคร วัยไหน อาชีพอะไรก็ใช้กัน จนหลายคนเปรียบเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเราก็จะก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนกันแทบจะตลอดเวลา จนเป็นที่มาของ “โรคติดมือถือ” หรือ “โรคโนโมโฟเบีย”

วิธีแก้อาการเบื้องต้น
ควรปิดแจ้งเตือน หรือเก็บมือถือไว้ให้ห่างตัว ในช่วงเวลาเลิกงานหรือก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายและสายตาได้พักผ่อน วางแผนกิจกรรมในแต่ละวัน แบ่งเวลาใช้สมาร์ทโฟน โดยกำหนดให้น้อยลง เพื่อกำหนดตัวเองไม่ให้เพลิดเพลิน จนเสียสุขภาพ หากิจกรรมสร้างความบันเทิงอย่างอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือ หรือ ออกกำลังกาย จะช่วยให้ได้ทั้งสมาธิ และสุขภาพที่แข็งแรงคืนมาค่ะ

โรคติดมือถือหรือโรคโนโมโฟเบีย (No Mobile Phone Phobia) เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีอาการหวาดกลัว วิตกกังวล ตื่นตระหนก เมื่อไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์แบตฯหมด หรืออยู่ในสภาพใช้การไม่ได้ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่อยู่ในสภาวะดังกล่าวจะเกิดความเครียด หรือถึงขั้นเวียนศีรษะ คลื่นไส้ได้เลย และโรคติดมือถือ กำลังได้รับการพิจารณาบรรจุไว้ในโรคจิตเวชชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตกกังวล

1.) กังวลมาก ถ้าเเบตอรี่มือถือของตัวเองใกล้จะหมด ต้องรีบหาที่ชาร์ต หรือพาวเวอร์แบงค์ทันที ถ้าไม่เจอ จะกระวนกระวายมาก

2.) กังวลใจเมื่อไม่มี สมาร์ทโฟน อยู่ใกล้ตัว หรือถึงจะเก็บเอาไว้ในที่ปลอดภัย ก็ยังกังวว่ามันจะหายไปหรือเปล่า

3.) หากมีข้อความแจ้งเตือน จากแอปพลิเคชั่น ที่ใช้เป็นประจำ ไม่ว่าจะกำลังทำอะไร ต้องหยุดอ่านและตอบ บางคน เดินๆ อยู่ก็หยุดข้างทาง เพื่ออ่าน ในบางประเทศ เช่น เบลเยี่ยม มีการทำทางเดินพิเศษ สำหรับคนที่อ่านสมาร์ทโฟน แยกไว้ต่างหาก เพราะเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อน รำคาญให้คนอื่น

4.) เมื่อตื่นมาตอนเช้า จะเลือกหยิบ สมาร์ทโฟน ขึ้นมาดูก่อนเป็นอันดับแรก แทนการทำกิจกรรมอื่นๆ กินข้าว เข้าห้องน้ำ หรือแม้แต่ตอนลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ก็ต้องหยิบสมาร์ทโฟน มาเปิดเช็คด้วยตลอด

5.) หากอยู่ในที่ๆ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือ wifi จะรู้สึกกังวลมาก

อาการลักษณะนี้ ถือเป็น โรคจิตชนิดหนึ่ง ในบางคนที่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟนบ่อยๆ เพราะ เรื่องงาน อาจยังไม่เกี่ยวข้องกับอาการนี้ เพราะการติดตามงานส่วนใหญ่ ต้องอาศัยโซเชียลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นส่วนมาก แต่อย่างไรก็ตาม เราควรใช้งานสมาร์ทโฟนแต่พอดี คือทำงานในช่วง operation time หรือ day time คือตั้งแต่ 8.00 – 16.00 น. เวลาหลังจากนั้น ควรงดใช้มือถือในเรื่องงานอีก เพื่อคุณภาพชีวิตของตัวเอง

Facebook Comments

แบ่งปัน