หัดห า ค ว า ม สุ ข ให้กับตัวเองเพราะ ไ ม่ มี ใ ค ร ห ร อ ก ที่จะอยูกับเราได้ตลอดเวลา

ความสุขของชีวิต เริ่มตั้งแต่ปี 1938 ที่งานวิจัยจาก Harvard นี้ได้ศึกษาชีวิตของอาสาสมัครกว่า 724 คน รวมถึงคู่สมรสและลูกหลานอีกกว่า 2000 คน ได้รวบรวมข้อมูลและสรุปอย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดช่วยให้คนมีสุขภาพดีและมีความสุข

งานวิจัยได้เริ่มต้นจากการศึกษาชีวิตของนักศึกษาใน Harvard และเด็กที่มาจากครอบครัวยากไร้ในชุมชุน Boston ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หนึ่งในนั้นกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ John F. Kennedy

ตลอดเวลาที่ผ่านไปหลายปี นักวิจัยได้สัมภาษณ์อาสาสมัครและคนในครอบครัว ล้วงลึกถึงชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาล ติดตามชีวิตของคนเหล่านี้มาโดยตลอด เวลาผ่านไปจึงได้พบว่า บางคนป่วยเป็นโรคทางสมอง บางคนติดเหล้า

เพื่อนๆลองไปดูวิธีฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนไม่มีความทุกข์ดูกันดีมั้ยคะ วิธีการเหล่านี้ อาจทำให้เราได้คำตอบว่า เราจะหาความสุขได้จากที่ไหน?

** หัดเป็นคนสบายๆ อย่าไปบ้ากับความเพอร์เฟค **

จงจำเอาไว้ว่าความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามให้เว้นที่ว่างให้ความผิดพลาดบ้างก็ได้ ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติ ไม่มีใครในโลกนี้ที่ทำอะไรแล้วไม่เคยพลาด ไม่เคยมีใครทำอะไรแล้วไม่มีที่ติ คนที่มี่ที่ติ คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย พยายามคิดว่าคนเราจะทำผิดบ้าง ถูกบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เพียงแค่เมื่อผิดพลาดแล้วก็จำเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก เมื่อไม่พลาดซ้ำความทุกข์เดิมๆ ก็ไม่เกิด เท่านี้ก็สุขได้แล้วจริงไหม

** ลองเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ **
หากเราลองฝึกตังเองให้เป็นคนธรรมดาที่ตัวเล็กๆ เข้าไว้ หมายถึงอย่าให้ความสำคัญกับตัวเองมากจนเกินไป อย่าไปวนไปเวียนมากับความรู้สึกของตัวเองจนเกินเหตุ ลองกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วจะเห็นว่าบนโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้ทำ ให้เราได้สนใจ และได้ใส่ใจ ตัวเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดังนั้นอย่าไปให้ความสำคัญกับความรู้สึกตัวเองมากนัก เราอาจจะทำถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ถือซะว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราก็เป็นเพียงคนๆ หนึ่ง ไม่ได้วิเศษหรือเหนือไปกว่าใคร หากคิดได้แบบนี้ เมื่อทำผิดพลาด หรือผิดหวัง เราจะทำใจได้ว่าใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ ไม่ต้องมานั่งทุกข์อยู่ เอาเวลาไปแก้ไขสิ่งที่พลาด แล้วเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ จะดีกว่าค่ะ

** พูดให้พอดี คิดทุกคำที่พูด **
การคิดทุกคำก่อนที่จะพูด และอย่าพูดทุกคำในสิ่งที่คิด นั่นคือสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง หากอยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ มีความสุขในการดำเนินชีวิต ถ้าอะไรที่คิดว่าไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดเราไม่สามารถรู้ได้ ทางที่ดีไม่ต้องพูดจะดีกว่า หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ควรนิ่งเอาไว้ ดั่งสุภาษิตโบราณที่มีเอาไว้สอนใจว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” คือเงียบไว้อาจจะดีกว่าพูด ที่สำคัญยิ่งการพูดถึงคนอื่นในทางเสียหายด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ควรทำ เพราะทำไปก็มีแต่จะทำให้จิตใจเราตกต่ำลงไปเรื่อยๆ อารมณ์ก็จะขุ่นมัว อย่าลืมสิว่าคนที่พูดจาไม่ดี แม้ว่าจะดูฉลาดแค่ไหนก็ตาม แต่พูดถึงคนอื่นในทางไม่ดีแล้วล่ะก็ เชื่อเถอะว่าคนๆ นั้นย่อมหาความสุขได้ยาก เพราะใจเค้าไม่สุขนั่นเอง

**เข้าใจชีวิตมนุษย์ว่าต้องถูก “นินทา” **
“อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน” ประโยคนี้ใช้ได้ตลอดกาล การที่เราถูกคนอื่นพูดถึงในทางที่ไม่ดี หรือเรียกว่าถูกนินทานั้น ให้เราคิดเสียว่าเรายังมีตัวตนบนโลกใบนี้ อย่าลืมสิว่าพระพุทธเจ้ายังถูกนินทาได้เลย นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราๆ ลองคิดดูดีๆ ว่าถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นยังไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไม่มีใครนินทาเรา ถ้างั้นอะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไว้ไม่ต้องไปตีคราคาสร้างคุณค่าให้คำพูดไร้สาระเหล่านั้นของคนอื่น ส่วนตัวเราเองก็ฝึกตนเองไม่ให้นินทาคนอื่นจะดีที่สุด

**รู้จักธรรมชาติของการใช้ชีวิต สุข ทุกข์ มีเวลาของมัน**

เวลาเกิดความสุขก็ให้รู้ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป และเมื่อเวลาเกิดความทุกข์จะได้รู้เช่นกันว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเช่นกัน คิดเสียว่าไม่มีเรื่องราวหรือเหตุการณ์อะไรอยู่กับเราไปจนวันตาย อย่าไปคิดมากอย่าไปเสียเวลากับบางสิ่งนานเกินไป อย่ายึดติดกับบุคคล อย่ายึดติดกับวัตถุ ไม่มีอะไรอยู่ยั่งยืน ทุกอย่างมีเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา คิดว่ายๆ ก็คือเราต้องหัดเป็นคนที่ปล่อยวางเป็น ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายเข้าไว้ แล้วจะสุขใจ ไม่ช้าเราจะสัมผัสได้ว่าความสุขหาได้ไม่ยากเลย

**พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ไม่เป็นขี้ข้าของเงิน **
ความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เช่น มีรถยนต์อะไรใช้อยู่ก็พอใจ มีนาฬิกาแบรนด์ไหนก็พอใจ มีเสื้อผ้า มีของใช้ก็จงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ รู้จักเพียงพอ เมื่อรู้จักพอก็ไม่ต้องไปขวนขวายหาเงินมาซื้อ ชีวิตจะได้มีเวลาทำอะไรมากกว่าการไปหาเงินมาซื้อสิ่งต่างๆ ที่ต้องการ เรารู้ดีว่าการที่จะให้คนเราเลิกเป็นขี้ข้าของเงินเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด เพราะเงินคือพระเจ้าตามความเข้าใจ เงินจะบันดาลทุกสิ่งที่เราต้องการได้ อันนั้นก็ไม่ผิดนะคะ แต่อย่าลืมว่าคนเราเกิดมาแล้วก็ตายไป ชีวิตนี้แสนสั้น หากเราหมดเวลาไปกับการหาเงิน ชีวิตทั้งชีวิตของเรา ก็จะเป็นชีวิตที่เกิดมาแล้วตายไปเปล่าๆ เอาแค่พอดี แล้วเอาเวลามาสร้างความสุขด้านอื่นให้ตัวเองบ้างจะดีกว่า

**ยอมเสียเปรียบคนอื่นเสียบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น **

ใครก็ตามที่ไม่ยอมที่จะเสียเปรียบอะไรเลย เชื่อเถอะว่าไม่ช้าคนๆ นั้นอาจเป็นบ้า หรือเสียสติ เป็นคนที่ไม่มีความสุขในชีวิต เพราะต้องคอยสู้รบกับคนอื่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ การยึดมั่นในความถูกต้องจนเกินไปก็ทำให้ใช้ชีวิตยากนะคะ การถูกเอาเปรียบบ้างนิดๆ หน่อยๆ แล้วทำให้ชีวิตเบิกบานขึ้นกว่าการได้เปรียบก็ทำไปเถอะ ลองคิดดูซิว่าวันนี้เราได้ช่วยอะไรใครบ้างหรือยัง เราเสียเปรียบอะไรให้ใครไปบ้าง ถ้าใจตอบว่ายังไม่เคยเสียเปรียบใครเลย ระวังไว้นะคะว่าเราจะหาความสุขได้ยาก

**เป็นตัวของตัวเอง ไม่หลงไปกับกระแสนิยม**
ข้อนี้อาจต้องเริ่มจากการรู้จักยับยั้งชั่งใจ มองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นในชีวิต ไม่บ้าไปกับกระแสสังคม ใครว่าอะไรดีก็เฮโลตามเค้าไปแบบไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นก่อนที่เราอยากได้อะไรให้ลองถามตัวเองดีๆ ว่าเราอยากได้มาใช้เพราะมันจำเป็นจริง หรือแค่อยากมีเหมือนที่คนอื่นมี อยากซื้อมาใช้หรือซื้อมาโชว์ ถามตัวเองให้ดีๆ แล้วจะรู้คำตอบ ถ้าคิดแล้วว่ามันไม่จำเป็นก็อย่าไปหลงกับสิ่งเหล่านั้นเลย พอใจแค่เท่าที่มีก็พอ

สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทุกอย่างดูรีบเร่งอยู่ตลอดเวลา จนอาจทำให้เรามีความอดทนน้อยลงกว่าแต่ก่อน และเพราะความอดทนที่น้อยลงนี่ละ ที่ทำให้เราหงุดหงิดและเกิดความเครียดง่ายขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นสะสมกันเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้สุขภาพจิตแย่ลง กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน บางรายอาจหนักถึงขนาดกลายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เพราะเรามีความอดทนน้อยลงนั่นเอง แต่เราจะทำอย่างไรให้มีความอดทนมากขึ้นละ การมองโลกในแง่ดีก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

Facebook Comments

แบ่งปัน