ใบสั่งจากกล้องวงจรปิด ใครโดนต้องอ่าน สักวันหนึ่งคุณอาจได้ใช้มัน

 

กล้องตรวจจับความเร็ว อุปกรณ์ที่คนใช้รถใช้ถนนต่างรู้จักดี โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถในระยะไกลข้ามจังหวัดทุกคนต่างต้องเคยเห็น ป้ายตรวจจับความเร็ว หรืออาจมีประสบการณ์โดน ใบสั่ง ค่าปรับฐานขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนดส่งมาที่บ้าน ด้วย กฏหมายจำกัดความเร็ว บนท้องถนนที่โบราณเกือบ 40ปี ไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถที่ได้รับการพัฒนาขึ้นทุกปี จึงเป็นการยากที่เราๆ ท่านๆ จะสามารถขับรถได้ตามอัตราความเร็วที่กฏหมายระบุไว้ที่ห้ามเกิน 80กม/ชม. ในเขตกรุงเทพ พัทยา เเละเทศบาล, ทางหลวงชนบทไม่เกิน 90กม/ชม. เเละทางหลวงไม่เกิน 120 กม/ชม. นั่นจึงเป็นที่มาของการสูญเสียทรัพย์เพื่อต้องจ่ายค่าปรับกันมานักต่อนัก

วันนี้จะมาพูดถึงกล้องตรวจจับความผิด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 61 ที่ผ่านมา และในช่วงวันแรกที่มีกฎหมายถูกจับตรงนี้เกิดขึ้น มีผู้กระทำความผิดมากกว่า 1600 ราย ผู้กระทำความผิดจะต้องไปชําระค่าปรับภายใน 7 วัน หากไม่ไปตามเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะส่งจดหมายไปยังที่อยู่และจะต้องชำระค่าปรับภายใน 30 วัน ซึ่งถ้าหากไม่ดำเนินการ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อทำการงดเว้นต่อทะเบียนรถเป็นการชั่วคราว

และเมื่อเดินทางไปชำระค่าปรับจะต้องจ่ายเงินค่าเสียค่าปรับช้าอีก 1,000 บาท และค่าปรับตามใบสั่งซึ่งจะสอดรับกับการแก้ไขกฎหมายใบสั่งใหม่ด้วยนั้น ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายคนดังในโลกโซเชียลได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…

“เห็นความพยายามของตำรวจ ที่บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มแข็งเหลือเกิน ผมเห็นด้วยกับการใช้กล้องและเทคโนโลยีแทนเจ้าพนักงานจราจร (บางอย่าง) แก้ไขการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ถูกต้อง และการโต้เถียงของประชาชนได้ เพราะกล้องไม่โกหก ยกเว้นตำรวจมั่ว ส่งหมายใบสั่งผิดบ้าน แต่การออกมาตรการบังคับให้ไปชำระค่าปรับภายใน 7 วัน หากล่าช้าจะต้องชำระค่าปรับล่าช้าเพิ่ม 1,000 บาท และอายัดทะเบียนไว้ สำหรับผม ผิดก็ว่าไปตามผิด ผิดก็ต้องมีหน้าที่จ่ายค่าปรับตามกฎหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับการบังคับให้ชำระค่าปรับล่าช้าอีก 1,000 บาท รวม 1,500 บาท มันโหดร้ายเกินไปไหมครับ แต่ตำรวจได้ค่าปรับ และเปอร์เซ็นต์ค่าปรับเพิ่มอีก 3 เท่า จาก 500 เป็น 1,500 ภายในเวลา 30 วัน มันจะน่าเกลียดไปไหมครับ 1,500 ซื้อนมลูกได้ทั้งเดือน ท่านจะรีบใช้เงินไปไหน

ถ้าสมมุติว่า ชาวบ้านที่โดนใบสั่งทั้ง 1,600 คน ลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยวิธีการทางกฎหมาย และใช้สิทธิทางศาลบ้าง แทนที่จะยอมชำระค่าปรับ 500 หรือ 1,500 บาทในกรณีล่าช้า รวมใจรวมตัวกันเดินเข้า โรงพักแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่ชำระค่าปรับที่โรงพัก แต่จะไปสู้ในชั้นศาล หรือชำระค่าปรับที่ศาลแทน ถ้ามีสักเดือน ละ 1,000 คน งานคงล้นมือตำรวจ และพนักงานอัยการแน่นอน ลองดูไหมครับ ความผิดลหุโทษ ไม่ต้องประกันตัว เดินถือใบสั่งที่ตำรวจส่งไปให้ทางไปรษณีย์ แล้วบอกพนักงานสอบสวนว่า ขอไปต่อสู้ (ในกรณีไม่ผิด) หรือไปชำระค่าปรับที่ศาลแทน

เมื่อไปถึงศาล ถ้าผิดก็รับสารภาพ ศาลก็ปรับ ครึ่งหนึ่งของ 500 บาท คงเหลือ จ่ายค่าปรับที่ศาลเพียง 250 บาท ไม่เสียค่าปรับล่าช้า ไม่ถูกอายัดทะเบียน เพราะถือว่าชำระค่าปรับตามคำพิพากษาแล้ว และที่สำคัญเงินค่าปรับในศาล ตำรวจจะไม่ได้เปอร์เซ็นแม้แต่สตางค์แดงเดียว อย่าบีบบังคับประชาชนเกินไปนะครับ เชื่อว่า ถ้ามีคนลุกสู้และใช้วิธีนี้ ตำรวจนั่นแหละครับที่จะเหนื่อยจนไม่ต้องทำงานอย่างอื่น เผลอๆ คดีขาดอายุความเพราะฟ้องไม่ทัน เสียงบประมาณซื้อกล้อง และงบประมาณพิมพ์ใบสั่งเปล่าๆ

ดังนั้นในช่วงเทศกาลแบบนี้เจ้าหน้าที่ยิ่งต้องเข้มงวดเรื่องวินัยจราจรอย่างมากเป็นพิเศษจุดตรวจวัดความเร็วอาจมีมากกว่าปกติ ฉะนั้นสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนหากไม่อย่าเสียทรัพย์โดนค่าปรับพาลทำให้การเดินทางไม่สนุกเสียบรรยากาศ เรามีวิธีง่ายๆ ให้คุณเอาตัวรอดจากกล้อง

Facebook Comments

แบ่งปัน