ชานมไข่มุก กินเยอะไปก็ไม่ดี เสี่ยงโรคมากมาย

ความนิยมเครื่องดื่มชานมไข่มุกที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในช่วงนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่คุ้นชินของวัยรุ่นในยุค 90 มาก่อน แต่ชานมไข่มุกรุ่นใหม่มีความแตกต่างจากชานมในยุค 90 ตรงไหน และส่งผลกระทบต่อวงการธุรกิจ จนถึงการเมืองระหว่างประเทศได้อย่างไร? แน่นอนว่าวันนี้จะพาไปดูกัน

ต้นกำเนิดของชานมไข่มุก
ที่เมืองไถจง ตอนกลางของเกาะไต้หวัน มีร้านชาจีนที่ขายเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นให้บริการแก่ลูกค้าท้องถิ่น ในราวต้นทศวรรษที่ 1988 คุณหลินชิ่วฮุย ผู้จัดการของร้านชาชุนสุ่ยถัง 春水堂 ได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มชนิดใหม่ โดยนำเอาเม็ดแป้งมันสำปะหลังต้ม ที่เป็นวัตถุดิบในการทำขนมพื้นเมืองผสมลงไปในชา แล้วดื่มพร้อมกัน

เนื่องจากรสชาติหวานมันของนม กลิ่นหอมของชา และความเหนียวหนึบนุ่มหนับของเม็ดแป้งผสมกันพอดี ปรากฏว่าเมื่อนำออกขายก็ได้รับความนิยมอย่างมากและยังแพร่หลายยิ่งขึ้นเมื่อวัฒนธรรมป็อปของไต้หวันเผยแพร่ออกมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกยุค 1990-2000 ก่อนจะซบเซาลงระยะหนึ่งหลังกระแสนิยมเครื่องดื่มสุขภาพแพร่หลาย

แต่อย่างว่าชานมไข่มุกถือว่าเป็นของหวานชนิดหนึ่ง เพราะงั้นอันตรายก็มักมาพร้อม
น้ำตาลโรคอ้วน ชาไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง โดยชาไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงานประมาณ 240-360 กิโลแคลอรี ทั้งยังอุดมไปด้วยน้ำตาล คาร์โบไฮเดรตจากตัวไข่มุก ครีมเทียม นมข้นหวาน แถมบางคนยังเพิ่มท็อปปิ้งอื่น ๆ เพื่อความฟินอีกด้วย ดังนั้นหากกินชานมไข่มุกทุกวัน น้ำหนักก็ขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

เห็นกันจะจะว่าชาไข่มุก 1 แก้ว ใส่น้ำเชื่อมไปเท่าไร ใส่นมข้นหวานไปเท่าไร นอกจากนี้ตัวไข่มุกเองก็เป็นแป้งที่ร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้อีก เท่ากับว่าไม่เพียงแต่ปริมาณน้ำตาลในน้ำชาเท่านั้นที่ร่างกายจะได้รับ แต่หลังจากการย่อยไข่มุกแล้วร่างกายก็จะได้รับน้ำตาลจากตัวไข่มุกด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่ามันเกินปริมาณที่ร่างกายควรได้รับน้ำตาลต่อวัน กินบ่อยก็ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้ง่าย ๆ

ในกรณีที่กินชาไข่มุกแทนข้าว และมีพฤติกรรมไม่ค่อยกินผัก-ผลไม้ ก็มีสิทธิ์เจออาการท้องผูกได้ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ ยิ่งกับคนที่ชอบกลืนไข่มุกแบบไม่เคี้ยวให้ละเอียดก่อน ร่างกายก็อาจจะย่อยไข่มุกได้ลำบากกว่าปกติ ส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายมีปัญหาตามมาได้ เอาเป็นว่ากินชาไข่มุกให้น้อยกว่าผัก-ผลไม้ และอาหารที่มีประโยชน์ก็แล้วกัน

ทั้งน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวในนมต่างก็เป็นโทษต่อสุขภาพของเรา ยิ่งถ้าใช้ครีมเทียมที่มีไขมันทรานส์ก็ยิ่งอันตรายต่อหัวใจมากขึ้น เพราะไขมันทรานส์เป็นไขมันตัวร้ายที่เข้าไปเพิ่มไขมันชนิดเลว (LDL) ในร่างกาย เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ และลดปริมาณไขมันชนิดดี (HDL) จึงอาจเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจได้

Facebook Comments

แบ่งปัน