เจ้า “ลัคกี้” น้องหมาตาสองสี แถมคิ้วโก่งที่โด่งดัง

เป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลกับสายคนรักน้องหมา 4 ขา ที่มีลักษณะเด่งไม่เหมือนใคร ตาสองสีฟ้าอ่อนและน้ำตาลแถมคิ้วโก่ง Lucky น้องหมาวัย 2 ปี ที่อาศัยอยู่กับคุณ Charice Fca Cha จากประเทศไทยของเรานี้เอง ซึ่งหลายๆ คนอาจมองว่ามีการตัดต่อสีตาด้วย Photoshop สีตาของน้องหมานั้นเป็นจริง

ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง เจมส์ บอนด์ 007 อาจรู้จักตัวร้าย Le Chiffre เป็นอย่างดี คลายกันไหม?

เริ่มต้นด้วย “โพสต์บน Facebook ที่บอกว่าลัคกี้ต้องการหาบ้านใหม่ เมื่อเห็นใบหน้าของ Lucky ทำให้รู้ได้ทันทีว่าต้องการเขา ดังนั้นจึงติดต่อเจ้าของเพื่อรับอุปการะ เมื่อถ่ายรูปลงใน Facebook จะมีผู้ถูกใจ 11,000 คน และมากกว่า 600 ความคิดเห็น

ตอนที่รับเลี้ยง Charice ไม่คาดคิดเลยว่า Lucky จะกลายเป็นเซเลปตัวน้อย จนกระทั่งเธอพามันออกไปเดินเล่นข้างนอก แล้วมันแย่งซีนทุกคนและทุกอย่างรอบตัวด้วยในตาสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์

เจ้าของได้บอกว่า “เจอปฏิกิริยาที่หลากหลายมาก บางคนตะลึง บางคนยังตื่นเต้น ในขณะที่บางคนประหลาดใจ เมื่อได้เห็น Lucky” เหตุผลที่ผู้คนมีฏิกิริยาแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่คาดเดาเลย เพราะคำตอบปรากฏชัดเจนบนใบหน้าหน้าของเจ้าน้องหมาตัวนี้

ในกรณีของน้องหมาน้อยตัวนี้อันที่จริงแล้ว Lucky เกิดมาพร้อมภาวะผิดปกติที่เรียกว่า Heterochromia ซึ่งส่งผลให้ตาทั้ง 2 ข้าง มีสีไม่เหมือนกัน ตาข้างหนึ่งของมันเป็นสีฟ้าอ่อน และอีกข้างเป็นสีน้ำตาล แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ Lucky

นอกเหนือจากสีตาที่ไม่เหมือนกันแล้ว เหนือตาข้างที่เป็นสีฟ้า ยังมีขนสีดำซึ่งตัดกับขนลำตัวที่เป็นสีขาว ลักษณะโค้งได้รูป จนดูเหมือนคิ้วหนาๆ แน่นอนว่า เป็นความโดดเด่นที่หลายคนแทบไม่อยากเชื่อ โดยหลังจากที่ เจ้าของได้โพสต์ภาพน้องหมาในเฟซบุ๊ก หลายคนคิดว่าเธอใช้หมึกดำวาดคิ้วให้มัน

ไม่จริงเลยมัน วันนี้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าเจ้าของไม่ได้เติมแต่งอะไรให้น้องหมาของเธอเลย โชคดีที่ภาวะดังกล่าวไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่องเจ้า Lucky ตอนนี้มันอาจจะผอมไปหน่อยที่ถูกรับเลี้ยงใหม่ๆ แต่เธอจะทำให้มันอ้วนขึ้นกว่านี้ และตอนนี้ Lucky มันก็ติดเธอหนักมาก เรียกได้ว่าเดินตามเธอไปทุกที่ นอกจากจะเป็นที่รักของครอบครัวแล้วตอนนี้ Lucky ยังเป็นที่รักของชาวเน็ตโซเชียลและทุกคนที่พบเห็นมันด้วย ที่สำคัญ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก กำลังตีแผ่ความโดดเด่นของมันในตอนนี้

ติดตามน้อง Lucky ได้ที่ : Instagram | Facebook

ขอบคุณที่มา boredpanda

Facebook Comments

แบ่งปัน