13 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับของกิน ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอดีตที่แตกต่างกันมากในปัจจุบัน

ในปัจจุบันอาหารที่เราพบเห็นในท้องตลาดต่าง ๆ ในอดีตไม่ได้เป็นแบบนี้ทั้งรูปร่าง หน้าตา และการนำไปใช้ประโยชน์ และได้มีวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นในโลกที่มีความทันสมัยมากขึ้นได้มีการพัฒนาให้เป็นแบบนี้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ หรือแม้แต่อาหารกระป๋องสำเร็จรูปก็มีการเปลี่ยนแปลงตามการเวลา บางอย่างเป็นพิษในอดีตกินไม่ได้ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงของอาหารน่าสนใจเป็นความรู้ใหม่ ๆ ที่เราได้ศึกษาเพิ่มเติม ว่าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอาหารก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเหมือนกัน บางอย่างก็ทำให้ยากที่จะเชื่อ !!

1. แตงกวาดั้งเดิมนั้นมีพิษ

แตงกวาแต่เดิม คือแตงกวาป่านั้นจะมีพิษไม่สามารถกินได้ คนอินเดียจะนำไปใช้เพื่อเป็นยา แต่แตงกวาในปัจจุบันที่เรากินในทุกวันนี้ถูกนำไปพัฒนาทดลองปลูกและวิจัยจนกลายเป็นกินได้ (ปรับแต่งพันธุกรรมนั่นเอง) มีประโยชน์มาก เป็นอาหารที่ไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย ช่วยบำรุงผิวพรรณด้วย

2. ดั้งเดิมมะเขือยาวไม่ได้มีสีม่วง และไม่ได้มีผลยาว มีหนามแหลม

แต่เดิมมะเขือยาวที่เราเรียกในปัจจุบัน มีลำต้นเป็นหนามเล็กน้อย ผลของมะเขือมีหลายสี เช่น สีขาว สีเหลือง และสีน้ำเงิน มีรูปร่างที่แตกต่างกัน เช่น มีผลเป็นวงกลม และวงรี แต่ในปัจจุบันมะเขือกลายพันธ์ตามยุคสมัยไปเรื่อย ๆ เริ่มมีผลยาว ไม่มีหนาม และมีสีเขียว สีม่วง ทุกคนจึงเรียกว่ามะเขือยาวในปัจจุบัน

 

3. มะเขือเทศเคยถูกเรียกว่า “แอปเปิ้ลพิษ”

ในปี 1700 ชาวยุโรปบางคนไม่กินมะเขือเทศ เพราะมีเศรษฐีคนนึงได้กินไปแล้วเสียชีวิต จึงเรียกมะเขือว่า “แอปเปิ้ลพิษ” แต่ความจริงปรากฏในภายหลังว่าสาเหตุที่แท้จริงแล้วเกิดจากกรดมะเขือเทศที่วางบนจานตะกั่วทำให้เกิดเป็นพิษได้ และรูปร่างของมะเขือเทศในสมัยก่อนไม่น่ากินเลย แต่ในปัจจุบันมะเขือเทศมีรูปร่างที่สวยงามสีแดงสดน่ากินมาก และประโยชน์ค่อนข้างเยอะ ยิ่งสำหรับผู้หญิงที่โปรดปรานมะเขือเทศจะมีผิวพรรณที่สวยมาก ๆ

 

4. แครอทจากเดิมไม่ใช่สีส้ม

ในยุคสมัยก่อนเเครอทมีสีขาวและสีม่วงเท่านั้น มีทฤษฎีที่ว่าแครอทเหล่านี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีส้มโดยชาวดัตช์ด้วยเหตุผลทางการเมือง และเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่วิลเลี่ยม แห่ง ออเรนจ์ (William of Orange) ผู้นำการปฏิวัติ ซึ่งสีราชวงศ์เป็นสีส้ม เกษตรกรชาวดัตซ์จึงเพาะพันธุ์แครอทสีส้มที่เรารู้จักในปัจจุบัน ทั้งนี้แครอทสีส้มเป็นที่นิยมในตลาดมาก จึงทำให้สีอื่น ๆ เลือนหายไปจากสายตาเรา (ที่จริงยังมีสายพันธุ์อยู่ แต่มักจะไม่ได้เห็นตามท้องตลาดเท่าไรนัก)

 

5. ในสมัยก่อนข้าวโพดแทบจะกินไม่ได้

ข้าวโพดเป็นอาหารหลักที่มาจาก teosinte ซึ่งเป็นหญ้าชนิดหนึ่งของแม็กซิกันมันมีเมล็ดน้อยมาก ปลอกยากและมีเปลือกที่แข็ง ต่อมามีการคัดเลือกพันธุ์ของข้าวโพดเพื่อปลูกให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของคน ให้มีเมล็ดที่เยอะและมีฝักที่ใหญ่ขึ้น กินง่ายมากขึ้นและมีผู้คนนิยมกินเยอะจากเดิม

 

6. กล้วยมีเมล็ด

จากเดิมเป็นกล้วยป่าที่มีเมล็ดขนาดใหญ่มีเนื้อน้อยมากไม่นิยมกิน กล้วยที่เรากินทุกวันนี้เป็นสายพันธุ์ของกล้วยป่าที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ไม่มีเมล็ดเนื้อเยอะ และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญรสชาติของมันดีกว่าเดิมมาก

 

7. แอปเปิ้ลมีขนาดเล็ก

แอปเปิ้ลป่ามีขนาดเป็นลูกเล็ก ๆ ในต้นเดียวกันแอปเปิ้ลมีทั้งสี และรสชาติที่ต่างกันมาก ใน 4,000 ปีที่ผ่านมา และในปัจจุบันแอปเปิ้ลที่เรากินเป็นพันธุ์ที่ถูกเพาะพัฒนาขึ้นปรับปรุงขนาดสี และรสชาติ

 

8. เมื่อก่อนอะโวคาโดลูกเล็ก และมีเมล็ดที่ใหญ่

อะโวคาโดสายพันธ์ุดั้งเดิมจะมีผลที่เล็กและมีเมล็ดขนาดใหญ่ ทำให้มีเนื้อน้อย และเปลือกแข็ง เทียบกับสมัยนั้นอะโวคาโดป่า 10 ผลเท่ากับอะโวคาโด 1 ผลในสมัยนี้ การพัฒนาสายพันธ์ุของอะโวคาโดจนเป็นที่นิยมในสมัยนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ๆ

 

9. ลูกพีชเคยมีขนาดเล็กเท่าเชอร์รี่

ก่อนหน้านี้ลูกพีชเคยมีขนาดเล็กเท่ากับลูกเชอร์รี่ และมีเนื้อส่วนที่กินได้น้อยมาก คนแรกที่นำต้นลูกพีชป่ามาปลูกคือคนจีน เขาได้คัดเลือกสายพันธุ์หลายปี และในปัจจุบันลูกพีชมีขนาดใหญ่น่ากินกว่าเดิม

 

10. แตงโมดั้งเดิมมีรสขม

แตงโมที่มาจากอียิปต์เมื่อ 5,000 ปีก่อนพวกมันมีขนาดเล็กมีรสชาติขมมาก สีของเนื้อแตงโมเป็นสีแดงอ่อน ๆ มีเมล็ดเยอะมาก จากการเพาะปลูกโดยกระบวนการคัดเลือกสายพันธุ์จนแตงโมในปัจจุบันมีเนื้อสีแดง เปลือกบาง และรสชาติหวานฉ่ำ

 

11. มาร์ชเมลโลว์ที่มาจากพืช

แต่ก่อนที่จะมาเป็นขนมหวานแบบนี้ มาร์ชเมลโลว์นั้นเป็นชื้อของต้นไม้มาก่อน มันมีดอกสีขาวเติบโตในหนองน้ำ จนในปี 1950 มีคนนำไปทดลองทำเป็นขนมหวานคิดค้นสูตรจนได้ออกมาเป็นขนมหวาน และตั้งชื่อว่า “มาร์ชเมลโลว์” มีผู้คนจำนวนมากชื่นชอบมาก ๆ

 

12. อาหารกระป๋องที่ถูกคิดค้นเพื่อกองทัพ

อาหารกระป๋องถูกคิดค้นวิธีการทำ เมื่อ Nicolas Appert รับคำสั่งจากรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อหาวิธีการเก็บรักษาอาหารสำหรับกองทัพ เขาจึงทำออกมาในรูปแบบอาหารเก็บในขวดโหล โดยเขาได้นำภาชนะเหล่านี้ไปผ่านความร้อนจนถึงอุณหภูมิที่กำหนด และคงรักษาระดับความร้อนเอาไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภาชนะบรรจุถูกปิดผนึกจนกว่าจะเปิดอาหารออกมาทาน แต่การเก็บในขวดแก้วแบบเดิมอาจทำให้พกพายากและเสี่ยงต่อการแตกได้ จึงมีการคิดค้นบรรจุภัณฑ์เก็บแบบใหม่ให้เหมาะสม แต่ก็มีบางอย่างที่เก็บในขวดเเก้วแบบเดิม

 

13. เค้กในงานแต่งเพื่ออวยพรให้โชคดี

เค้กในงานแต่งแบบเดิมดูเหมือนคุกกี้จากข้าวบาร์เลย์ หรือข้าวสาลี ใช้เป็นส่วนสำคัญในพิธีแต่งงานโดยมีความเชื่อว่าคู่บ่าวสาวจะมีความโชคดี เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปเค้กก็มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างจากเดิม ใหญ่ขึ้นและถูกตกแต่งให้สวยงามมากขึ้น

ที่มา : brightside