“หิน” ที่ก่อตัวตามธรรมชาติ ที่สวยงามทั่วโลก

อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นก็คือ “หิน” ที่ก่อตัวตามธรรมชาติ ที่สวยงามทั่วโลก และวันนี้เราจะพาไปชมลวดลายอันสวยงามตามธรรมชาติของ 10 หินมหัศจรรย์กัน

1. Balanced Rock-Garden of the Gods, โคโลราโดสปริงส์, รัฐโคโลราโด, สหรัฐอเมริกา
หินทรายสีแดง เป็นหัวใจสำคัญของสวน Garden of the Gods หนัก 700 ตัน มีอายุ 2-3 ล้านปี แต่มีประวัติถูกสร้างขึ้นกว่า 290 ล้านปีที่ผ่านมา ในรูปแบบของหินทรายน้ำพุ ตะกอนจากแม่น้ำ Ancestral

2. Reed Flute Cave ที่เมืองกุ้ยหลิน ,กว่างซี ประเทศจีน
ความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์นี้เรียกอีกชื่อว่า “ถ้ำขลุ่ยอ้อ” ซึ่งที่มาของชื่อ มาจากต้นอ้อที่ขึ้นอยู่ด้านหน้าถ้ำเป็นจำนวนมาก และในอดีตนิยมเอาต้นอ้อมา ทำขลุ่ย จึงป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำขลุ่ยอ้อ” ในอดีตเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้ลี้ภัยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และความอัศจรรย์ที่สุดของถ้ำนี้ คือการก่อตัวของหินที่งดงามทอดยาวจากพื้นถึงเพดาน เกิดขึ้นจากการกัดกร่อนของน้ำนับร้อยนับพัน ๆ ปี ในหินงอกหินย้อยงดงามตลอดทาง อันเกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติ ประกอบกับการตกแต่งดวงไฟภายในจนดูแล้วน่าอัศจรรย์ตายิ่งนัก

3. อุทยานแห่งชาติเกอเรเม่ (Göreme) , เมืองคัปปาโดเกีย, ประเทศตุรกี
อุทยานแห่งชาติเกอเรเม่ เรียกอีกชื่อว่า “Fairy Chimmeys” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน โดยการปะทุของภูเขาไฟที่ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่นั้น ส่งผลให้เถ้ากระจายไปทั่วเป็นเถ้าแข็ง จนกลายเป็นหินที่มีรูพรุนซึ่งปกคลุมไปด้วยชั้นหินบะซอลต์

4. Svartifoss Waterfall อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ประเทศไอซ์แลนด์
น้ำตก Svartifoss น้ำตกสูง 39 ฟุต เป็นน้ำตกที่งดงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแห่งหนึ่งในโลก เนื่องจากหน้าผาหินข้างหลังน้ำตกมีลักษณะเป็นแท่งหินบะซอลต์ทรง 6 เหลี่ยมสีดำเรียงรายติดกัน โดยเสาหินลักษณะนี้เกิดจากการเย็นตัวของลาวาในอากาศ (เย็นตัวบนบก) เมื่อสสารมีการเย็นตัว ก็จะเกิดการหดตัวขึ้นเป็นเรื่องปกติ และเมื่อการหดตัวนั้นเกิดขึ้นขณะที่ลาวากำลังเย็นตัวเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง (หิน) ก็จะทำให้เกิดรอยแตกขึ้นรอบๆจุดศูนย์กลางการหดตัวนั่นเอง

5. The Wave รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา
ภูเขาหินทรายคล้ายกับคลื่นหรือพรมซ้อนเรียงกันเป็นชั้น ตั้งอยู่ในประเทศอเมริกา ในระหว่างรัฐอริโซน่า และยูทาห์ ใกล้กับที่ราบ Coyote Buttes ในเขตที่ราบสูงโคโลราโด หนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์แห่งคลื่นบนบก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักปีนเขาและผู้รักการถ่ายภาพ

The Wave นี้ถือกำเนิดตั้งแต่ยุคจูราสสิก หรือคิดคร่าวๆ 190 ล้านปีก่อน โดยเกิดจากทับถมกันของชั้นดินทรายเป็นระยะเวลายาวนาน จนกลายเป็นหินซ้อนกันเป็นชั้นๆ ตามแนวตั้งและแนวนอน และยังผ่านการกัดเซาะจากลมและฝน

6. อุทยานแห่งชาติ Bryce Canyon , รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา
เอกลักษณ์ของ Bryce Canyon คือแท่งหินยอดแหลมๆ เรียกว่า ฮูดู(Hoodoos) ที่ขึ้นเรียงกันเป็นแนว มีรูปร่างรูปทรงแปลก และอุทยานแห่งนี้ เป็นพื้นทีที่มี “Fairy Chimneys” มากที่สุด มีความสูงตั้งแต่ 5-150 ฟุต มีอายุมากว่า 30-40 ล้านปี และคุณลักษณะสำคัญของ Bryce Canyon นั้นเกิดจากลมและการกัดเซาะของน้ำแข็งและน้ำของทะเลสาบ จึงทำให้เกิดหินตะกอนสีแดง สีส้ม และ สีขาว ปนกันไป เป็นจุดชมวิวของผู้ที่มาเยือน

7. อุทยานแห่งชาติ Organ Pipes , รัฐวิกทอเรีย ประเทศออสเตรเลีย
กว่าหนึ่งล้านปีก่อนลาวาจากภูเขา Holden ไหลลงไปสู่ที่ราบลุ่มของภูเขาไฟ ทำให้เกิดเป็น Organ Pipes ด้วยความเย็นและการแตกร้าวของลาวา ทำให้กลายเป็นเสาหินบะซอลต์สูง 229 ฟุต ที่สวยงามจนถึงในปัจจุบันนี้

8. อุทยานแห่งชาติ Tsingy de Bemaraha , มาดากัสการ์
จัดเป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจของมาดากัสการ์ เมื่อกว่า 200 ล้านปีมาแล้ว ที่ก้นทะเลหินปูนเกิดการยกตัวทำให้เป็นที่ราบสูงในอุทยานแห่งชาติ Tsingy de Bemaraha ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้เกิดการสร้างผลงานชิ้นเอกทางธรรมชาติ เป็นการก่อตัวของหินที่งดงามก่อตัวขึ้นเป็นหินรูปเข็ม มีปลายยอดแหลมสูง ซึ่งบางแห่งมีความสูงถึง 328 ฟุต

9. Wave Rock , เมือง Hyden รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
Wave Rock เป็นหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เกิดจากการกัดเซาะโดยแรงลม ทรายและน้ำฝนเป็นเวลานาน มีความสูง 49 ฟุต และยาว 360 ฟุต นักธรณีวิทยาได้ประมาณอายุ “คลื่นหินยักษ์” นี้น่าจะมีอายุราว 2,700 ล้านปี ถือได้ว่าเป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย

10. Giant’s Causeway , เกาะไอร์แลนด์เหนือ
ตามตำนานของชาวไอร์แลนด์เหนือเชื่อว่า Giant’s Causeway ถูกสร้างขึ้นโดยยักษ์แห่งไอร์แลนด์ เพื่อเดินข้ามทะเลไปสกอตแลนด์ ซึ่ง Giant’s Causeway นั้นเกิดจากเสาหินบะซอลต์กว่า 40,000 แท่ง ที่เกิดจากการเย็นตัวลงของลาวา เมื่อประมาณ 50 – 60 ล้านปีก่อน ทำให้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสาหินรูปหกเหลี่ยมและหินแท่งสี่เหลี่ยมปะปนกันไป จึงเปรียบเสมือนเป็นถนนเส้นทางเดินของยักษ์

ขอบคุณที่มา l rd