ภาพผู้คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์โชคร้าย จนต้องเอามือกุมขมับทั้งสองข้าง

หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากเจอกับเหตุการณ์ความโชคร้ายหรอกจริงไหม ? เพราะมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไงถึงต้องพยายามระมัดระวังตัวเองให้ดี แต่บางครั้งก็เหมือนกับถูกจักรวาลกลั้นแกล้งเหวี่ยงให้เราไปตกอยู่ในสถานการณ์ความโชคร้ายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอยากจะนั่งร้องไห้เพียงอย่างเดียวแล้วในชีวิตนี้

วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปชมภาพถ่ายที่เหล่าชาวเน็ตต่างแบ่งปันความโชคไม่ดีของพวกเขา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นมันน่าหงุดหงิดใจแค่ไหน และในบางครั้งถึงขั้นต้องเอามือทั้งสองกุมขมับไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

1. เจ้าของเท้าได้โปรดดึงเท้าของตัวเองกลับไป ก่อนที่จะโมโหเพราะมันสะกิดมาที่เรา 4 ครั้งแล้ว

2. เหตุเกิดจากการเหยียบเบรกอย่างรุนแรงไปหนึ่งที ซอสสปาเก็ตตี้เลยหกหมดเลย

3. อีกอึดใจเดียวก็จะถึงบ้านแล้วไหม ทนอีกหน่อยค่อยขาดก็ไม่ได้ 

4. ไม่อยากจะคิดภาพตอนที่เผลอหยิบเข้าปากแบบไม่ทันมองเลย…ฟันแตกได้นะเนี่ย

5. และนี่คือสิ่งที่ค้นพบในขณะที่กำลังกินไอศครีมอย่างเอร็ดอร่อย มันคือกระดาษห่อหุ้มกรวยไอศครีมด้านใน (ปกติไม่มีนะ)

6. งานใหญ่ในวันนี้คือการแก้ปัญหาสร้อยที่พันกัน จนเกือบแยกไม่ออกเลยว่าเส้นไหนเป็นเส้นไหน

7. ภาพก่อนและหลังการจัดกล่องชาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนชั้น และหลังจากที่แม่นำชาไปชงเพียงถ้วยเดียว

8. สงสัยช่วงนี้จะนอนน้อย แม้แต่ไข่ยังเผลอตอกผิดที่ 

9. พี่ชายพยายามย้อมรองเท้า Nikes ด้วยกาแฟ แต่เขาดันลืมมันทิ้งไว้เป็นเวลา 1 เดือนจนมันขึ้นรา

10. ในทุก ๆ วันหลังจากเลิกงานเราต้องเดินฝ่าฟันผ่านฝูงแมลงนี้เพื่อไปที่ประตู (ยากไปกว่านั้นคือเปิดประตูอย่างไรไม่ให้แมลงตามเข้าไปด้วย)

11. แม้ว่าจะไม่ได้คาดหวังกับแซนวิชที่ซื้อมาชิ้นนี้มากเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมีแค่ผักบาง ๆ ไม่กี่ชิ้น

12. ถึงว่างานที่ทำออกมาแต่ละครั้ง ไม่เคยยาวเท่ากันเลยสักอัน

13. ไม่คิดว่าการล้างทำความสะอาดในครั้งนี้จะทำให้ภายในรถคลาสสิกคันโปรดมีสภาพเป็นแบบนี้

14. เค้กที่ตั้งใจทำให้น้องชายในวันเกิด แต่ดันโดนน้องสาววัย 6 ขวบทำพังด้วยนิ้วของเธอเพียงเพราะอยากจะลองชิมแค่นิดเดียว

15. ทำไมไม่หลุดตอนเดินออกจากบ้านเพียงไม่กี่ก้าว จะกลับไปเปลี่ยนตอนนี้มีหวังไปทำงานสายแน่ ๆ 

16. หลังจากที่ทานบล็อคโคลี่ไปครึ่งหนึ่งแล้ว เพิ่งจะรู้ว่ามันมีแมลงอยู่ข้างใน

17. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สวีเดน กว่าจะถึงบ้านล้อรถไม่สูงท่วมรถเลยหรอเนี่ย 555

ที่มา : brightside