7 สิ่งที่สามารถช่วยชีวิตคุณได้ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยละเลยจากสัญญาณเตือนภัยต่าง ๆ และคิดว่ามันคงไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับตัวเอง หรือแม้ในบางครั้งก็ไม่ทันระมัดระวังกับสถานการณ์อันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินมันไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ และไม่ได้เกิดขึ้นง่ายขนาดนั้น แต่อย่างไรก็ตามทุกคนก็ควรเรียนรู้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินนี้เอาไว้ เพื่อช่วยเหลือตัวเองหรือผู้อื่นหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้น

ถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นแน่นอนไม่ว่าจะเกิดกับตัวเองหรือผู้อื่นก็ตาม แต่ถ้าคุณรู้จักวิธีการช่วยเหลือตัวเองก็สามารถช่วยชีวิตคุณให้รอดปลอดภัยจากกรณีฉุกเฉินได้

1. วิธีการเอาตัวรอดหากรถของคุณติดอยู่ปากเหว

ในกรณีนี้คุณต้องตั้งสติให้ดี ๆ และอย่าพยายามเคลื่อนไหวหรือขยับร่างกายอย่างรวดเร็วจนเกินไป หายใจเข้าลึก ๆ และคิดวางแผนให้ดีก่อน หลังจากนั้นให้คุณค่อย ๆ เคลื่อนตัวช้า ๆ เพื่อให้รถของคุณเกิดความสมดุล (หากมีคนอยู่ในรถหลายคนคุณต้องเริ่มจากการออกจากรถฝั่งตรงข้าม) และอย่าลืมเหยียบเบรกเอาไว้เสมอ เพราะในเวลานั้นการเหยียบเบรกเอาไว้อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถป้องกันไม่ให้รถกลิ้งตกลงไปได้

และถ้าหากส่วนด้านหน้ารถของคุณห้อยลงไปก็ให้ปรับเอนเบาะและออกทางส่วนประตูหลังแทน (อย่าลืมเปิดกระจกรถออกทั้งหมดเพื่อให้คุณได้มีทางออกมากขึ้น) ในกรณีที่คุณมีทารกหรือเด็กอยู่ในรถให้รอจนกว่าผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ออกไปได้อย่างน้อยหนึ่งคนก่อนจึงส่งเด็กออกไปจากรถ

2. วิธีการเอาตัวรอดจากน้ำแข็ง

หากคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ร่างกายบางส่วนต้องแช่อยู่ในน้ำที่เย็นมาก ๆ ร่างกายของคุณอาจจะช็อกไป 1-3 นาทีได้ ซึ่งวิธีการเอาตัวรอดจากการตกหลุมน้ำแข็งนั้นคุณควรทำให้ศีรษะอยู่เหนือน้ำและรีบเอาตัวเองออกจากน้ำเย็น ๆ นี้ภายใน 10-45 นาที ก่อนที่คุณจะหมดสติในน้ำเย็นนี้ (หากมีของหนัก ๆ อยู่ติดกับร่างกายคุณให้นำมันออกไปทั้งหมด)

พยายามนำพาร่างกายของตัวเองอยู่ในตำแหน่งแนวนอน ในขณะนั้นให้คุณพยายามเตะขาของคุณดึงร่างกายส่วนบนออกจากน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในกรณีคุณสามารถเอามือจับน้ำแข็งโดยใช้ช่วงแขนและข้อศอกเป็นตัวช่วย เมื่อร่างกายของคุณแตะตรงส่วนขอบน้ำแข็งแล้วให้หยุดพักสักครู่ เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณที่แช่น้ำมาเป็นเวลานาน ๆ ระบายน้ำออกมันจะช่วยลดน้ำหนักและทำให้คุณขึ้นจากน้ำได้อย่างง่ายดาย

3. วิธีการเอาตัวรอดจากการโจมตีของหมาป่า

สัญชาตญาณของหมาป่ามันสามารถกระตุ้นตัวเองให้ไล่ล่าคุณได้หากคุณวิ่งหนีมัน แต่คงไม่มีใครอยากยืนอยู่ข้าง ๆ มันตลอดถูกไหม ? หากคุณต้องตกอยู่ให้สถานการณ์นั้นข้อแรกเลยคือห้ามสบตากับหมาป่าเด็ดขาด (หากสบตาหมาป่ามันจะคิดว่าเป็นการท้าทายมันได้) ให้คุณก้มหัวต่ำลง

และถ้าหากมันเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ให้ยกมือขึ้นเหนือหัวพยายามทำตัวให้เด่น โดยการเริ่มปรบมือและตะโกนเสียงดัง ๆ แต่วิธีนี้อาจจะไม่ได้ทำให้หมาป่ากลัวคุณ แต่มันจะทำให้คุณมีเวลาในการหลบหนีได้ หรือถ้าวิธีนี้ยังไม่ได้ผลและหมาป่าเริ่มเดินเข้าใกล้ขี้นเรื่อย ๆ ให้คุณถอยห่างออกไปอย่างช้า ๆ ใจเย็น ๆ และรักษาสมดุลเอาไว้ หรือถ้าบริเวณใกล้ ๆ คุณมีต้นไม้สูงใหญ่ให้รีบปีนขึ้นไปและมองไปที่หมาป่าตลอดเวลา หรือคุณจะทำการโยนก้อนหินหรือกิ่งไม้ใส่หน้าหมาป่าก็ได้ เพราะมันอาจจะทำให้หมาป่าเดินจากคุณไป

4. วิธีการเอาตัวรอดจากหิมะถล่ม

อย่างเเรกเลยคุณควรหลีกเลี่ยงการเล่นสกีในที่ที่มีลมพัดแรง ๆ เพราะอาจจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์หิมะถล่มได้ แต่ถ้าหากคุณต้องตกอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ให้รีบปิดปากของคุณเพื่อป้องกันไม่ให้หิมะเข้าไปในปาก และรีบกำจัดอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก (แต่ไม่ควรทิ้งกระเป๋าไป เพราะมันสามารถใช้ในการป้องกันคุณได้) นอกจากนี้คุณก็ควรหาต้นไม้ที่แข็งแรงจับเอาไว้เพื่อยึดตำแหน่งตัวเอง

ในกรณีที่คุณถูกหิมะทับเป็นจำนวนมากให้คุณจับแขนตัวเองเอาไว้ข้างหนึ่งเหนือศีรษะและเริ่มขยับตัวไปรอบ ๆ เพื่อสร้างอุโมงค์ให้ตัวเองได้หายใจ นอกจากนี้วิธีนี้ยังจะทำให้คุณทราบว่าทางขึ้นอยู่ทางใด และคุณควรระมัดระวังตัวเองทุกครั้งก่อนออกไปเล่นสกีให้ทำการติดเรดาร์เพื่อให้ทีมกู้ภัยจับตำแหน่งคุณได้หากเกิดหิมะถล่ม

5. วิธีการเอาตัวรอดจากการหลงทางในป่า

หากคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์หลงป่าให้คุณตั้งสติและใช้เทคนิควิธีการช่วยตัวเองที่เรียกว่า “หยุด (STOP)” ซึ่งย่อมาจาก “หยุดคิด สังเกต และวางแผน” อย่างแรกให้คุณตั้งสติและพยายามคิดให้ดีว่าตัวเองเดินมาจากทางไหน ให้ทำสัญลักษณ์หรือเขียนโน๊ตทิ้งเอาไว้เพื่อเตือนตัวเองว่าเคยเดินมาในบริเวณนี้แล้ว ในกรณีที่คุณหลงป่าเป็นเวลานานและหาทางออกไม่เจอให้คุณเริ่มลงมือสร้างที่พักพิง โดยใช้กิ่งไม้ที่ยาวและค่อนข้างตรงทำเป็นโครงสร้างหลังคาและนำใบไม้ขนาดใหญ่มาปกคลุมเพื่อกันแดดกันฝนไปชั่วคราวก่อน

6. วิธีการเอาตัวรอดจากกระแสน้ำที่ไหลแรง

ให้คุณว่ายน้ำในแนวทแยงมุมไปทางชายฝั่ง และอย่าพยายามว่ายน้ำไปเข้าหาฝั่งโดยตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณใช้พลังงานมากเกินไป (ไม่ควรว่ายทวนน้ำด้วย) หรือคุณจะใช้วิธีการลอยตัวโดยการนอนหงายและกางแขนทั้งสองข้างออกมา ซึ่งให้เท้าของคุณชี้ไปตามกระแสน้ำและศีรษะของคุณควรอยู่ในตำแหน่งต้นน้ำจึงจะได้รับการปกป้อง หากคุณรู้สึกว่าตัวเองลอยตัวไปถึงบริเวณที่น้ำสงบแล้วให้รีบพลิกตัวและว่ายน้ำไปในแนวทแยงเข้าหาฝั่งต่อทันที

7. วิธีการเอาตัวรอดจากการโจมตีของงูขนาดใหญ่ 

พื้นที่ที่งูใหญ่อาศัยอยู่ส่วนมากจะเป็นแม่น้ำตื้น ๆ แน่นอนว่าคุณควรหลีกเลี่ยงบริเวณนั้น (หากมีการเข้าไปในป่า)  และถ้าคุณเห็นงูก็ไม่ควรเข้าไปใกล้เลย (ข้อนี้ทุกคนคงรู้ดี) แต่คุณก็ควรสังเกตว่ามันได้มีการเลื้อยตามคุณหรือไม่ ? ในกรณีที่คุณถูกงูรัดอย่างแน่นอย่าหายใจออกเด็ดขาด เพราะทุกครั้งที่คุณหายใจออกงูจะรัดคุณแน่นขึ้น หลังจากนั้นให้คุณจับที่หางของงูและกัดส่วนท้ายมันให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (จะทำให้งูเจ็บมากและปล่อยคุณ) ให้หาหินหรือวัตถุที่สามารถใช้ตีงูได้ (คุณควรต่อสู้กับมันจนกว่ามันจะยอมแพ้คุณ เพราะงูไม่ได้ต้องการการต่อสู้แต่งูต้องการเป้าหมายที่ง่าย)

ที่มา : brightside