ภาพถ่ายที่ทำให้เห็นว่าโลกนี้น่ามีความน่าสนใจเยอะขนาดไหน

บนโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้มนุษย์เราเป็นเพียงแค่ทรายเม็ดเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่บนโลก ด้วยอัตราส่วนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงทำให้เรานั้นยังไม่สามารถที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งบนโลกนี้ได้ แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเช่นอินเตอร์เน็ตขึ้นมา เลยทำให้เรานั้นสามารถที่จะเรียนรู้และศึกษาสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ได้ง่ายขึ้น

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ว่ามีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจบ้าง และภาพเหล่านี้จะทำให้เห็นว่าโลกนี้น่ามีความน่าสนใจเยอะขนาดไหน ซึ่งความรู้เหล่านี้คุณอาจจะไม่เคยได้รู้มาก่อนเลยก็ได้

1. รอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 150 ล้านปีที่พบในฝรั่งเศส

2. ลักษณะเกล็ดหิมะที่ถูกขยายสูงสุดด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบสแกนอุณหภูมิต่ำ

3. ต้นไม้ล้มลงแต่รากของมันยังคงติดอยู่กับดิน ดังนั้นมันจึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

4. เราอาจจะเคยคิดว่าปลาดาวต้องมี 5 แฉก ซึ่งนั้นอาจจะผิด

5. รอยสายฟ้าที่ผ่าลงมาทำให้เกิดรูขาด 8 นิ้วอยู่ที่ทางเท้า

6. แสงที่ส่องผ่านป่าแห่งนี้ สร้างสีสะท้อนบนผิวน้ำให้เป็นสีสันที่สดใส  

7. ศิลปะช้างขนาดใหญ่บนก้อนหินในเคนยา

8. ต้นอ่อนของส้มโอที่เติบโตขึ้นภายในผลของส้มโอที่เพิ่งปอก

9. ต้นไม้ที่กลายเป็นหินมีอายุราว ๆ 225 ล้านปี 

(ข้อมูลเพิ่มเติม) – ไม้กลายเป็นหิน (petrified wood) คือซากดึกดำบรรพ์ของพืชประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นจากท่อนไม้ถูกฝังกลบอยู่ใต้ผิวดินในสภาพที่ขาดออกซิเจนทำให้เนื้อไม้ไม่เน่าเปื่อย และถูกฝังแช่อยู่ในสารละลายซิลิก้าที่มีความเข้มข้นสูงเพียงพอ ในสภาพแวดล้อมที่ท่อนไม้และสารละลายซิลิกาได้สัมผัสกับออกซิเจนเป็นบางช่วง เวลาทำให้สารละลายซิลิกาตกตะกอนในรูปของซิลิกาเจล สะสมตัวแทนที่โมเลกุลของเนื้อไม้ (replacement) จนทำให้ท่อนไม้ที่เป็นเนื้อสารอินทรีย์เปลี่ยนไปเป็นเนื้อหินซิลิกาแต่ยังคง รักษาโครงสร้างเนื้อไม้ดั้งเดิมเอาไว้

10. ภาพถ่ายเงาสะท้อนของพระอาทิตย์ตกจากยานอวกาศ 

11. นี่เป็นปรากฏการณ์ที่หายากที่เรียกว่า nacreous clouds พวกมันก่อตัวขึ้นสูงในชั้นบรรยากาศที่ระดับความสูง 30 กิโลเมตร

12. ปรากฎการณ์ของฟองก๊าซมีเทนที่ถูกแช่แข็งเป็นจำนวนมากที่ Abraham Lake ในอัลเบอร์ตา แคนาดา

13. นกฮัมมิงเบิร์ดกำลังแบ่งปันน้ำกับผึ้งบางตัว

14. Supercell เมฆฝนตัวอันตราย ต้นกำเนิดพายุอันทรงพลัง 

15. บล็อกไม้นี้ถูกไฟฟ้าดูดเพื่อสร้างลวดลายเหล่านี้ เรียกว่า ” Lichtenberg figures “

ขอบคุณที่มา brightside

แบ่งปัน