เหตุผลที่ทำให้คุณต้องการซื้อสิ่งของใหม่ ๆ อยู่เสมอ และมีวิธีใดบ้างในการจัดการกับความต้องการของเรา

เชื่อว่าในโลกใบนี้มีคน 2 ประเภท ที่ใช้เหตุผลไม่เหมือนกันในการจ่ายเงินเพื่อซื้อของที่ตัวเองอยากได้ให้เป็นความสุข และคนอีกประเภทหนึ่งคือซื้อเพราะจำเป็นเท่านั้น ซึ่งคนทั้ง 2 ประเภทนี้มีเหตุผลต่างกันที่ทุกคนอาจจะเข้าใจพวกเขาได้ แต่ล้วนมองว่าสำหรับบางคนที่มีพฤติกรรมที่พร้อมจ่ายให้กับสิ่งของที่ต้องการนั้นก็ต้องได้รับการแก้ไข

การเปลี่ยนนิสัยหรือความคิดของผู้คนมากมายอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่พวกเราเชื่อว่าถ้าทุกคนได้รับรู้ข้อแตกต่างที่ยกมาในวันนี้ จะทำให้ทุกคนมีสติและคำนึงถึงความจำเป็นในการเลือกที่จะจ่ายเงินมากขึ้น

1. คุณคาดหวังว่าจะสร้างความประทับใจให้กับคนอื่น ๆ

ดาร์วินนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษได้กล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการว่า “มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องมีการแข่งขันและพยายามที่จะเรียกร้องเพื่อให้ความเป็นอยู่ของตัวเองดีขึ้น แต่เมื่อตอบสนองตามความต้องการของตัวเองขั้นพื้นฐานได้ทั้งหมดแล้ว ก็จะมีสิ่งอื่น ๆ ที่เข้ามาทดแทนอย่างไม่จบสิ้น” สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นทำให้ผู้คนมากมายเลือกที่จะอวดความมั่งคั่งร่ำรวยของตนเองและให้ความสำคัญกับคนอื่นมากขึ้น

สิ่งที่ต้องทำแทน : ให้คุณจำเอาไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องทำให้ตัวคุณเองรู้สึกดีมากกว่าดูดี เพราะบางสิ่งที่คุณมีอาจจะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกดีในระยะยาวอย่างที่ต้องการ เช่น เสื้อกันหนาวราคาแพงที่ใส่ได้ไม่กี่ครั้ง แทนที่จะเสียเงินไปกับความสุขของคนอื่นให้คุณนำมาปรนเปรอตัวเองยังดีซะกว่าไม่ว่าจะเป็นการทำสปา ทำเล็บ หรือทำผมในรูปแบบที่คุณต้องการ เพื่อให้รู้สึกเหมือนกับได้พักผ่อนและผ่อนคลายจากวันที่ตึงเครียดมาเป็นสัปดาห์

2. คุณรู้สึกอิจฉาคนที่มีมากกว่า

เมื่อคุณเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่อยู่รอบข้าง สิ่งนี้จึงส่งผลให้คุณต้องพยายามทำตามพวกเขาเพื่อไม่ให้เกิดข้อแตกแยกและแตกต่างไปจากเพื่อน แม้ว่าสิ่ง ๆ นั้นจะไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของคุณก็ตาม นอกจากการซื้อของแล้วในบางครั้งคุณก็ยังพยายามที่จะขยายอาณาจักรส่วนตัวของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้นโดยการซื้อสิ่งของให้ทันสมัยตามเทรนด์และมีจำนวนมากกว่าคนอื่น ๆ

สิ่งที่ต้องทำแทน : คุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ต้องพยายามเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร แม้ว่าของชิ้นนั้นจะมีมูลค่าไม่แพงเหมือนของเพื่อน ๆ แต่คุณก็ภูมิใจกับมัน ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้มันมา แสดงออกมาให้ทุกคนได้รับรู้กันไปเลยมันไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือครอบครัวในวันที่ได้อยู่รวมกัน ทานอาหารด้วยกันนั่นก็เป็นอีกหนึ่งความสุขที่แท้จริงของคุณได้

3. คุณตกเป็นเหยื่อของการตลาด

การตลาดทุกวันนี้มีหลากหลายรูปแบบที่ดึงดูดเงินในกระเป๋าของคุณให้จางหายไปได้ในพริบตาเดียว เพียงแค่คุณเผลอเข้าไปจดจ้องมันเท่านั้น เชื่อเถอะว่าคุณจะไม่มีทางออกมามือเปล่าแน่นอน และนอกจากการตลาดแบบออฟไลน์ก็ยังมีการตลาดในรูปแบบออนไลน์ที่กลายเป็นสื่อชักนำคุณให้ซื้อได้ง่าย ๆ อีกด้วย

สิ่งที่ต้องทำแทน : ให้นึกถึงสิ่งที่คุณซื้อแล้วได้ใช้งานจริง ๆ ใช้แล้วคุ้มค่า และอยากได้มันมาก ๆ จริงค่อยซื้อ แม้ว่าจิตใจของคุณจะต้องหวั่นไหวไปตามคำเชิญชวนแล้วก็ตาม คุณสามารถทำรายการที่จะซื้อของก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนทำการช้อปปิ้งออนไลน์ว่าต้องการจะซื้ออะไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณไม่ออกนอกลู่ทางความต้องการของตัวเอง สุดท้ายคือการทำจิตใจให้หนักแน่นเอาไว้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

4. คุณรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นคนกำหนดชีวิตของตัวเอง

ข้าวของเครื่องใช้ที่คุณมีบางครั้งก็สร้างความรู้สึกสบายใจให้กับคุณได้เป็นอย่างมาก แต่แปลกที่ความรู้สึกนั้นมันอยู่แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น และบางครั้งก้รู้สึกว่ามันเยอะจนเกินไปบางอย่างก็ไม่เหมาะกับตัวเองเอาซะเลยเหมือนกับตัวเองพยายามเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่ต้องทำแทน : ให้คุณพยายามเรียนรู้ตัวเองให้มากขึ้นว่าชอบแบบไหน ชอบทำอะไร ทำแล้วเป็นตัวเองหรือเปล่า และสุดท้ายทำแล้วสบายใจหรือไม่สบายใจ ก่อนตัดสินใจที่จะซื้อสิ่งต่าง ๆ ต้องถามความต้องการของตัวเองก่อน

5. คุณรู้สึกเบื่อ

เหตุผลหลักของการเบื่อของง่าย ๆ เป็นโรคขี้เบื่อก็คือการได้สิ่งเหล่านั้นมาง่ายเกินไป จึงทำให้คุณรู้สึกว่าไม่ต้องพยายามอะไรเลยอยากได้ก็แค่ซื้อ และพยายามเติมเต็มความสุขของตัวเองด้วยสิ่งใหม่ ๆ ในทุกวัน

สิ่งที่ต้องทำแทน : แม้ว่าสิ่งที่คุณต้องการจะสามารถซื้อได้ง่าย ๆ แบบไม่เดือดร้อน แต่คุณก็ต้องใช้เวลาคิดทบทวนก่อนว่าควรซื้อดีไหม ซื้อมาแล้วจะได้ใช้หรือเปล่า คุณควรเป็นคนที่ต้องใช้เหตุผลหลาย ๆ อย่างประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ชีวิตไม่เดินไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย

ที่มา : brightside